อยากสวย!....กินกล้วยสิคะ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

อยากสวย!....กินกล้วยสิคะ

ตั้งหัวข้อ by richie on Wed Dec 30, 2009 10:50 pm

...ใครที่ชอบขนาดพอดีมือกำ พอดีคำ ก็อาจเป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ ซึ่งสามารถรับทานได้ทีละหลายผล ใครที่ไม่ชอบปอกเปลือกบ่อยๆ ก็ต้องอ้าปากกว้างๆ กล้ำกลืนกันหลายคำสักหน่อย เพราะกล้วยหอมขนาดข้อมือเด็กนี่ สามารถแทนมื้อเช้าได้มื้อหนึ่งเลยทีเดียว...
ควันหลงการประกวดนางงามในสยามประเทศ ยังตามมาหลอกมาหลอนไม่รู้จักจบจักสิ้นค่ะ ทั้งเรื่องนมหกหน้าวัดอรุณฯ หรือเรื่องหุ่นขี้ก้างของนางงามไทย ที่ดันกันจนได้รับรางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยม จากชุดวันเด้อวูมั่นนั่นประไร....อนิจจา!

คุณๆ เจ้าขา เรื่องของการพันผ้าเป็นผ้านุ่งผ้าห่มน่ะ สาวไทยนั้นกะล่อยกะหลิบมิบเม้นมาได้แต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าจะนุ่งโจงนุ่งจีบ ห่มคาดอก ห่มเฉวียงไหล่ หรือห่มเป็นสไบเฉียง ล้วนไม่ต้องใช้เข็มซ่อนปลายมากลัดให้เปลือง ด้วยเคล็ดสำคัญหนึ่งของการสวมชุดไทยให้สวยคือ ต้องเอวคอด สะโพกผาย ไหล่ตรง และอกเต็ม

คราวคุณปุ๋ยนั่นรูปร่างเธอนอนมาอยู่แล้ว เท่าที่จำได้คือเธอได้คะแนนสูงสุดในรอบสวมชุดว่ายน้ำด้วย ชุดไทยประยุกต์สีม่วงเม็ดมะปราง จึงตึงเต็มพอดีส่วน ส่วนคราวน้องอรที่มาจัดประกวดในไทยครั้งแรก แล้วได้รางวัลชุดประจำชาตินั่น เธอก็สวมได้สมตัว เพราะเอวคอดสะโพกกลม มีน้ำมีนวลชวนมอง

สภาพชุดประจำชาติยอดเยี่ยมปีล่าสุด ซึ่งราคาเกือบล้านจึงกลายเป็นเหมือน ชุดที่ไปขุดจากกรุอยุธยามาทั้งซาก เพราะผู้สวมนั้นแลดูผอมแห้งระโหยโรยแรงน่าเวทนา ผ้านุ่งจีบหน้านางจีบหลวมจนโป่ง เหมือนมีผ้าอ้อมอัน-อันสวมอยู่ข้างใน สไบกรองทองก็หลุบลู่คล้ายกับพาดไว้กับไม้แขวน ทั้งที่ความประณีตของชุดและเครื่องทองนั้นสวยจนไม่มีข้อกังขา แต่เหตุไฉนใครๆ (ไทยกันเองนี่แหละ) กลับหาว่าไม่คู่ควร

จึงลองมาพิเคราะห์ดูเล่นๆ ค่ะ ว่าอาการ "ผอมนิยม" ของชาวช่องหลายสี (เจ้าของค่าย) คงเป็นสาเหตุหลักหละกระมัง เพราะนางเอกวิกเธอแต่ละคน แขนขามันลีบเล็กไปหมด เรียกว่ารูปร่างนั้นแทบจะเคาะออกมาจากพิมพ์เดียวกัน แถมเธอๆ ทั้งนั้นยังสวยใสใจกล้าหน้า(อก)ใหญ่ แบบไม่มีใครยอมใคร

หากใครไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตอันนี้ก็ลองกดรีโมทไล่ๆ ไปดูนางเอกช่องอื่นๆ เทียบดูนะคะ

ยิ่งเมื่อดาราสาวไทยยิ่งตัวเล็ก (นมใหญ่) ยิ่งดี ยิ่งนางงามตัวแทนประเทศไทยยิ่งผอมบาง ร้างเนื้อนม อารมณ์ปรวนแปรยิ่งได้ทั้งรางวัลนั่นรางวัลนี่ แล้วอย่างนี้ผู้หญิงไทยมันจะเหลือเนื้อหนังที่ไหน ไว้ให้คนรักได้เชยชม

ก็ลองว่าแค่เอาจมูกไปดมๆ แล้วเจอแต่กระดูกนี่ ร้อยทั้งร้อยก็เปิดแน่บ

แล้วจะไปว่าเค้าไม่รักดี หนีไปซบอกตู้มๆ ของกะเทยแปลงเพศ หรืออกแน่นๆ ของหนุ่มล่ำด้วยกันเองได้ยังไง ก็ตัวเองมีของแท้ของดีอยู่กับตัว ก็กลับไปรีด ไปรัด ไปลด ซะไม่เหลืออะไรให้จับให้ต้อง ครั้นฝ่ายชายจะทำหน้าที่ยักย้ายป่ายขวา หกหน้าหกหลัง พ่อหนุ่มๆ ลีลาดีนั้น ใครเล่าเขาจะกล้าจับเธอพลิกคว่ำพลิกหงาย หรือวาดลวดลายระห่ำ หากเกิดขาดใจตายคาตัวคาเตียงขึ้นมา ไม่ต้องติดคุกกันหัวโตรึ!

สรุปว่า ปล่อยให้เหล่าดารานางแบบเธอผอมกันไปเถอะค่ะ เพราะพวกนั้นเค้าต้องผอมเป็นอาชีพ ถ้านางแบบไม่ผอมเจ้าของเสื้อผ้าเขาก็ไม่จ้าง และจริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้ผลิตเสื้อกระโปรงมาขนาดเดียวเสียเมื่อไหร่ ส่วนดาราก็ยังต้องผอมเข้าไว้ ตราบใดที่เขายังใช้เลนส์นูนถ่ายหนังถ่ายละคร

แล้วก็ได้โปรด ปล่อยให้โฆษณาประเภทยาชงฟิตนั่นฟิตนี่ มันซบเซาไปตามยถากรรมเถิด อย่าหลงลมเขานัก ก็เขาจะขายของเรื่องอะไรจะมาบอกว่า ที่มาทำหน้ายิ้มอิ่มอร่อยนั่นน่ะเค้าจ้างมันมาทั้งนั้นแหละย่ะ จ้างแพงๆ เสียด้วย ถึงทนยิ้มหน้าบานขณะจิบไอ้ชารสชาติน่าสะอิดสะเอียนอยู่ได้

แต่รูปร่างที่สวยงามสมส่วนสมวัย ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องพึ่งมีดหมอหรือหม้อยาเสมอไป เพียงแต่เรารู้จักเลือกกินเลือกรับประทานกันสักนิด แล้วก็ดูแลตนเอง ออกกำลังกายหน่อย พอให้เผาผลาญไขมันส่วนเกินที่บริโภคเข้าไปในแต่ละวัน ที่สำคัญต้องรู้จักรักรู้จักเข้าใจตัวเอง

ที่สำคัญที่สุดต้องหัดกินกล้วย!!!

เพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่ซื้อหารับประทานง่าย ราคาไม่แพง และหนักท้องดีนัก แม้บางคนจะเผลอรับประทานผลที่เขื่องไปสักนิด อาจจะจุกๆ หน่อย ก็มีแต่ได้กับได้ เรียกว่า กล้วยนั้นมีคุณทั้งทางตรงทางอ้อม

ใครที่ชอบขนาดพอดีมือกำ พอดีคำ ก็อาจเป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ ซึ่งสามารถรับทานได้ทีละหลายผล ใครที่ไม่ชอบปอกเปลือกบ่อยๆ ก็ต้องอ้าปากกว้างๆ กล้ำกลืนกันหลายคำสักหน่อย เพราะกล้วยหอมขนาดข้อมือเด็กนี่ สามารถแทนมื้อเช้าได้มื้อหนึ่งเลยทีเดียว

ส่วนจะเป็นกล้วยแขก กล้วยไทย กล้วยฝรั่ง กล้วยฝังมุก อะไรนี่ก็ตามแต่ใครจะนิยมแบบไหน เพราะแต่ละสายพันธุ์คุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างกันเท่าไร หรือจะยักเยื้องไปปรุงเป็น กล้วยบวชชี กล้วยเชื่อม กล้วยปิ้ง กล้วยตาก กล้วยทับ กล้วยทอด กล้วยห่อไข่ ไข่ห่อกล้วยอย่างโรตีมะตะบะ ก็แล้วแต่อัธยาศัยอีกเช่นกัน

กระทั่งกินทั้งเปลือกก็ยังได้...แถวบ้านอิฉันพ่อแก่แม่เฒ่าท่านมักกล้วยดิบฝานทั้งเปลือกจิ้มน้ำพริก ท่านว่า "แซบอีหลีตั๊ว!"

เรื่องรับประทานทั้งเปลือกนี่ ควรเป็นกล้วยดิบ เพราะมันกรุบกรอบกว่าเปลือกที่สุกแล้วหลายเท่านัก วิธีการก็อย่างที่ท่านผู้เฒ่าผู้แก่ท่านว่าไว้ หรือไม่ก็ใช้รับทานเข้าเครื่องกับเมี่ยงต่างๆ แหนมเนืองของเวียดนาม เขาก็ใช้กล้วยดิบฝานบางหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ สำรวมอยู่ด้วยเหมือนกัน ส่วนกล้วยสุกหากต้องการลิ้มทั้งเปลือก สงสัยต้องใส่เครื่องปั่นกล้วยสถานเดียว

ที่ชวนกันให้หันมารับประทานกล้วยนี่ เพราะนอกจากจะหาง่าย อุดหนุนผลิตผลคนไทยชาวไร่ชาวสวนด้วยกัน หรือสามารถยักเยื้องปรุงกินได้หลายรูปแบบทั้งสุขดิบและแปรรูปแล้ว คุณค่าทางอาหารของผลไม้ชนิดนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่า พวกผลไม้ราคาแพงๆ ชนิดอื่นๆ เลยสักนิด

เด็กอ่อนเขาบดกล้วยให้กิน ยังโตวันโตคืน ภูมิปัญญาชาวบ้านนั้นดูถูกกันไม่ได้ โดยเฉพาะกล้วยต่างๆ นี่ ท่านว่ามันมีประโยชน์ต่อร่ายกายมากมาย ดังเช่น


ผลสุก หล่อลืน เป็นยาระบาย, ผลดิบ ยาฝาดสมาน, ราก ขับน้ำเหลืองเสีย แก้ท้องเสีย, น้ำคั้นจากต้น ทากันผมร่วง และทำให้ผมขึ้น, น้ำจากก้านใบ เป็นยาผาดสมาน รักษาโรคท้องเสียแก้บิด, ช่อดอก (ปลี) รับประทานเป็นยารักษาโรคเบาหวาน, แป้ง แป้งที่ทำจากกล้วยดิบ ใช้สำหรับผู้ที่อาหารไม่ย่อย ท้องขึ้น มีกรดมาก, หยวกกล้วย เป็นอาหารที่ใช้ล้างทางเดินอาหาร เป็นต้น

หรือถ้าจะว่ากันด้วยหลักการทางโภชนศาสตร์ ก็นี่

กล้วยเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต โปแตสเซียม แมกนีเซียม ไอโอดีน วิตามินซี และโฟเลต นอกจากนี้ยังมีแคโรทีน วิตามินบีแทบทุกตัว วิตามินอี และกรดอะมิโนทริปโทแฟน เนื้อกล้วยอ่อนนุ่มย่อยง่ายทั้งกับเด็กเล็กและคนชรา ให้พลังงานและวิตามินเกลือแร่สมตัว หรือ มากกว่าผลไม้อื่นๆในแง่พลังงาน เพราะกล้วยมีน้ำในเนื้อต่ำ จึงเข้มข้นด้วย คาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นตัวให้พลังงาน

นักกีฬาหลายคนชอบกินกล้วยเป็นของว่างแทนขนมขบเคี้ยว นอกจากจะทำให้มีแรง ยังให้โปแตสเซียม เกลือแร่สำคัญที่มักจะสูญเสีย พร้อมกับเหงื่อขณะออกกำลังกาย ซึ่งโปแตสเซียมจำเป็นมากในการรักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย ควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ ช่วยการสันดาปแป้งและน้ำตาลและการส่งสัญญาณประสาท โปแตสเชียมยังมีหน้าที่ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจและความดัน และสำหรับผู้สูงอายุมันอาจช่วยลดความเสี่ยงจากอาการเส้นเลือดตีบตันในสมอง

สรรหามาฝากกันขนาดนี้แล้ว เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหญิงและชาย ยังใจแข็งพอที่จะไม่หันมานิยมรับกล้วยกันอีกหรือ ก่อนจากกันในตอนนี้มีตำนานขำๆ เกี่ยวกับ กล้วยและมนุษย์คู่แรกของโลกมาฝากกันด้วย

เป็นตำนานของฮินดูค่ะบอกว่ามนุษย์คู่แรกของโลกได้ฝ่าฝืนคำสั่งสวรรค์ด้วยการขโมยกินกล้วย (ผิดกับคัมภีร์ของคริสต์ที่ว่าอาดัมแอบกินแอปเปิ้ล) สวนสวรรค์ของมนุษย์คู่แรกอยู่ที่เกาะศรีลังกาและพวกเขาปกปิดของสงวนด้วยใบกล้วย

ตำนานนี้ฟังดูดีกว่าทางยุโรปที่ว่าอดัมปิดของสงวนด้วยใบมะเดื่อ

โถ...ใบมะเดื่อเล็กกระจิริด มีหรือจะปิดกล้วยของอดัมได้มิด ต้องใบกล้วยสิ พันรอบเอวสบาย

เครดิตhttp://www.noknoi.com/magazine/article.php?t=1159
avatar
richie
Moderators
Moderators

จำนวนข้อความ : 282
Join date : 28/12/2009
: 22
ที่อยู่ : บ้าน

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อยากสวย!....กินกล้วยสิคะ

ตั้งหัวข้อ by MaRioNeTTe on Fri Jan 01, 2010 5:32 pm

รู้ซึ้งถึงประโยชน์ของกล้วย

แต่กระทู้นี้ฮาดีแท้
กร๊ากกก

คนเขียนนี่คงไฟแล็บออกปากเป็นแน่
ปลื้ม(ว่ะ)ค่ะ

555+
avatar
MaRioNeTTe
มื่อใหม่ VONGOLA
มื่อใหม่ VONGOLA

จำนวนข้อความ : 119
Join date : 24/11/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อยากสวย!....กินกล้วยสิคะ

ตั้งหัวข้อ by ToMl3oY on Sun Jan 10, 2010 8:19 pm

ชอบกินมะพร้าวอ่ะครับ
avatar
ToMl3oY
มื่อใหม่ VONGOLA
มื่อใหม่ VONGOLA

จำนวนข้อความ : 121
Join date : 29/12/2009
: 22
ที่อยู่ : โซลโซไซตี้

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ